
กะเทยในประเทศไทยได้รับการยินยอมให้แสดงออกในสังคมไทย เห็นได้จากการออกตามสื่อต่างๆ รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ รวมถึงการประกวดกะเทย แต่คนส่วนมากในสังคมดูแล้วมักคิดไปในทาง ตลก แปลก หรือน่ารังเกียจ แต่ก็มีไม่น้อยที่ชื่นชม ซึ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากในหลายประเทศ ซึ่งมีการห้ามกะเทยมีส่วนร่วมกิจกรรมในสังคม หลายบุคคลเชื่อว่าที่สังคมไทยยอมรับกะเทยได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของกะเทยที่โดดเด่น อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกัน ในสังคมระดับครอบครัว กะเทยไม่เป็นที่ยอมรับจากครอบครัว (โดยเฉพาะฝ่ายพ่อ) ผู้เป็นพ่อมักจะผิดหวัง และมีการทะเลาะกันอย่างรุนแรงกับลูกชายที่เป็นกะเทย
ถึงแม้ว่า กะเทยจะเรียกตัวเองว่าเป็นเพศที่สาม แต่ในทางกฎหมายของหลายประเทศยังคงมีไว้กำหนดให้เป็นเพศชาย ถึงจะได้รับการผ่าตัดแปลงเพศเป็นหญิงแล้ว แต่บางประเทศในโลกยังไม่สามารถขอเปลี่ยนคำนำหน้านามจากชายเป็นหญิงได้ ทำให้ประสบปัญหาในการติดต่อธุรกรรมต่างๆ
ปัจจุบันมีหลายประเทศที่ผ่านกฎหมายนี้แล้ว ตัวอย่างประเทศในเอเชียที่ผ่านกฎหมายให้กะเทยแปลงเพศเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน ลาว อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย ประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายให้กะเทยแปลงเพศเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ (เคยเสนอเมื่อปี 2550 แต่ไม่ผ่าน) เพราะประเทศไทยยังไม่เห็นความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชนของเพศที่สาม ส่วนประเทศเวียดนามก็กำลังพิจารณาผ่านกฎหมายนี้เช่นกัน
